[SF YeWook] :: Feeling

posted on 28 Jul 2009 23:09 by fanfic-suju



SHORT FICTION YEWOOK – Feeling

Actor : Yesung X Ryeowook
Author : Lolita





พี่มองเห็นผม .. เป็นคนไร้หัวใจรึไง?


.
.


กลิ่นเหล้าเหม็นคละคลุ้งลอยออกมาจากตัวของคนหน้ากลม ทันทีที่เท้าแตะลงยังพื้นห้องเย็นเฉียบ รยออุคหันกลับไปมองคนที่เพิ่งเข้ามาในห้อง สายตาจากคนหน้าหวานมองไปอย่างห่วงใย เยซองหรี่ตามองแล้วเอ่ยถามขึ้น

“ยังไม่นอนอีกเหรอ?” ถามพลางเดินโซเซเข้าไปใกล้ นั่งแหมะลงยังโซฟาตัวยาวข้าง ๆ กายรยออุคจนมันยวบลงตามน้ำหนักตัว

“ผมไม่ชอบกลิ่นเหล้า” รยออุคเอ่ยขึ้น พยายามเขยิบหนีแต่ดูเหมือนกลิ่นเหม็นก็ยังคงลอยมาเข้าจมูกอยู่เรื่อย ๆ

“งั้นเหรอ? แต่มันก็ไม่ได้เลวร้ายนักนิ่” เยซองเอ่ยขึ้น มองร่างกายของตนเองแล้วยิ้มแหยออกมา รยออุคมองคนรักเขม็ง ก่อนที่สายตาจะสะดุดกับปกเสื้อสีขาวสะอาดแต่มีรอยแดงจาง ๆ ติดอยู่

“พี่เยซอง .. วันนี้ทำไมกลับดึกล่ะ” เอ่ยถามพลางหันไปมองจอโทรทัศน์เหมือนไม่ได้ใส่ใจ

“ลูกค้าเลี้ยงน่ะ จะเลี่ยงก็ไม่ได้” เยซองตอบด้วยท่าทางเบื่อ ๆ หันไปหยิบนิตยสารขึ้นมาเปิดดูผ่าน ๆ

“คืนนี้คืนที่สามแล้วนะที่พี่กลับดึก” เอ่ยออกมาด้วยเสียงเป็นห่วง เยซองปิดนิตยสารลงทันที ก่อนจะถอนหายใจออกมา

“พี่ก็อยากพักผ่อนบ้าง วัน ๆ เอาแต่ทำงานมันก็เหนื่อย” เยซองพูดจบก็ลุกขึ้นยืนทันที รยออุคไม่ได้หันไปมอง เค้ากลับกดรีโมทเพื่อเปลี่ยนช่องแทน

“พี่ไปอาบน้ำนอนก่อนนะ อย่ามัวแต่ดูทีวีจนดึกล่ะ”

เสียงฝีเท้าดังห่างไกลออกไป ก่อนที่เสียงเปิดปิดประตูจะดังไล่หลังมาด้วย รยออุคกดปิดโทรทัศน์ทันที ดวงตาเรียวสวยเหม่อลอยออกไปอย่างไร้จุดหมาย


เหนื่อย .. ไม่อยากกลับมาเห็นหน้าผมให้หายเหนื่อยรึไงกัน?








.
.
.


+ Feeling+


.
.
.








“ผมทนไม่ไหวแล้วฮะพี่อีทึก”

เสียงของคนที่มักจะเรียกตนเองว่า มักเน่ เอ่ยขึ้นพลางทำหน้ายุ่งยากใจ ดวงตาสุกใสจ้องมองไปอย่างเลื่อนลอย อีทึกถอนหายใจพลางส่ายหน้า

“เยซองมันเที่ยวบ่อยมากเหรอ?”

“ตอนแรก ๆ ก็อาทิตย์ล่ะแค่ 2-3 ครั้ง แต่หลายวันมานี่ไปแทบทุกคืนเลยฮะ กลับมาก็เมาตลอด บางที .. ก็มีรอยลิปสติกเลอะมาด้วย” เอ่ยมาถึงตรงนี้ก็เหมือนมีอะไรมาจุกอก

“รอยลิป!” อีทึกถามซ้ำด้วยน้ำเสียงตกใจ รยออุคพยักหน้าอย่างเหนื่อยอ่อน

“พี่เค้าคงเบื่อผมแล้วล่ะ อีกหน่อย .. พวกเราต้องเลิกกันแน่เลยฮะพี่อีทึก” ร่างบางเอ่ยเสียงแผ่ว อีทึกหันไปมองตาขวาง

“พูดไม่เป็นมงคลเลยนะอุคกี้!” คนเป็นน้องหดคออย่างรวดเร็ว

“เอาคืนบ้างสิ! จะปล่อยให้ไปสนุกแบบนั้นคนเดียวน่าเสียดายออก เค้าออกไปได้ อุคกี้ก็ออกไปบ้างสิ มัวแต่หมกตัวคิดมากก็ไม่มีอะไรดีขึ้นหรอก ไปดูให้เห็นสิว่าทำไมเยซองถึงได้ติดอกติดใจกับการเที่ยวกลางคืน” อีทึกพูดรัวเป็นน้ำไหลไฟดับและเป็นคำแนะนำที่ดูจะไม่น่าทำตามนัก

“แต่ว่าผม ..”

“คืนนี้พี่จะไปเที่ยวกะฮีซอลพอดี งั้นนายไปด้วยกันเลยแล้วกัน ไม่ต้องกลับบ้านหรอก”

ออกคำสั่งด้วยน้ำเสียงเฉียบขาดตามแบบฉบับหัวหน้าวงผู้เอาแต่ใจตัวเองเสร็จสรรพ อีทึกก็หันไปสนใจพิธีกรในโทรทัศน์ตรงหน้า รยออุคพยักหน้าน้อย ๆ เหมือนกับยอมรับชะตากรรม








.
.
.


+ Feeling+


.
.
.








“สนุกไหมรยออุค”

เสียงอีทึกตะโกนถามแข่งกับเสียงเพลงที่ดังกระหึ่มรอบทิศทางในผับใจกลางกรุงโซล รยออุคนั่งจ้องแก้วใสในมือ เงยหน้าขึ้นสบตาอีทึกด้วยแววตาหยาดเยิ้ม ก่อนจะพยักหน้า

“มาเต้นกันสิ” อีทึกเอ่ยขึ้น ก่อนจะฉุดข้อมือบางให้ลุกขึ้นตาม แน่นอนว่าร่างเล็กทำตามอย่างว่าง่าย รยออุคเดินตามหลังอีทึกไปในฟลอร์ที่มีเพียงแสงสลัว ร่างได้สัดส่วนของรุ่นพี่เริ่มโยกตามจังหวะด้วยความสนุกสนาน

“เอ้า! มัวแต่อายอะไรล่ะ?” เป็นเสียงของฮีซอลที่เอ่ยขึ้น รยออุคหันไปยิ้มให้ แล้วค่อย ๆ ยักย้ายร่างกายไปตามจังหวะดนตรีที่ดังกระหึ่มไปทั่วบริเวณ

“หายคิดมากบ้างรึยัง?” ฮีซอลเอ่ยถาม รยออุคเงียบไปชั่วครู่แล้วค่อยเอ่ยออกมาว่า

“ผมเลิกคิดเรื่องนั้นแล้วล่ะ”








.
.
.


+ Feeling+


.
.
.








ร่างเล็กใช้มือเกาะลูกบิดประตูเอาไว้ ก่อนจะไขกุญแจแล้วผลักประตูเข้าไปในห้อง รยออุคเดินโซเซไปที่โซฟาตัวยาว ก่อนจะล้มตัวลงนอนอย่างหมดเรี่ยวแรง ถอนหายใจออกมาดัง ๆ พลางกรอกตามองเพดานห้องที่เงียบกริบ ไร้วี่แววและเสียงของสิ่งมีชีวิต


พี่เยซอง .. ยังไม่กลับ


รยออุคพลิกตัวหันไปมองนาฬิกาข้างผนังที่บอกเวลาตีหนึ่ง ร่างเล็กค่อย ๆ ลุกขึ้นยืนอย่างยากลำบาก ในหัวมึน ๆ เหมือนมีอะไรหนัก ๆ มากดทับเอาไว้ เค้าจับพนักโซฟาแล้วค่อย ๆ เดินตรงไปที่ห้องนอนด้วยความทุลักทุเล แต่ยังไม่ทันได้ถึงที่หมายเสียงเปิดประตูหน้าห้องก็ดังขึ้น

“อ้าว? จะไปนอนแล้วเหรอ?” เสียงของเยซองดังขึ้น รยออุคได้ยินแต่ก็ไม่อยากจะสาวความต่อ ร่างเล็กมุ่งไปยังประตูห้องทันที

“นี่! ทำไมใส่เสื้อผ้าแบบนั้น ไปไหนมารึป่าว?” เยซองเอ่ยถามแต่รยออุคก็ยังไม่ยอมหยุดเดิน มือเรียวแตะที่ลูกบิดประตู พอดีกับที่เยซองจับไหล่เค้าเอาไว้

“นาย .. ไปกินเหล้ามาเหรอ?” เยซองเอ่ยถามพลางทำหน้าสงสัย รยออุคหันกลับไปจ้องหน้าเยซองเขม็ง

“ใช่! ไปกับพี่อีทึกแล้วก็พี่ฮีซอล”

“ทำไมต้องไปกินด้วย นายไม่ชอบกลิ่นเหล้าไม่ใช่รึไง?” เยซองทอดเสียงอ่อนลง แต่แววตาของรยออุคก็ยังคงเป็นแบบเดิม

“ใช่ฮะ ผมไม่ชอบกลิ่นเหล้า แต่ทำไมพี่ถึงชอบมันก็ไม่รู้ ผมเลยอยากลองกินดูบ้าง .. จะว่าไปรสชาติมันก็ไม่ได้เลวร้ายจนเกินไป”

“นี่รยออุค! เป็นอะไรน่ะ! เมาใช่ไหมถึงได้พูดแบบนี้ออกมา” เยซองถามเสียงดังลั่น รยออุคสะบัดข้อมือออกจากการเกาะกุม

“ทีพี่ยังกินได้เลย .. ผมก็จะกินบ้างล่ะ!”

พูดจบก็หมุนลูกบิดประตูแล้วเดินเข้าไปในห้องอย่างรวดเร็ว เสียงปิดประตูดังลั่นห้องสี่เหลี่ยม เยซองได้แต่มองบานประตูสีน้ำตาลด้วยแววตากังวล

คิม รยออุคของเค้า .. เป็นอะไรไป?








.
.
.


+ Feeling+


.
.
.








เป็นอีกคืนที่รยออุคออกมาเที่ยวกับพี่ ๆ อุเคะในกลุ่ม และดูท่าทางคืนนี้จะเป็นอีกคืนที่สนุกสุดเหวี่ยงสำหรับพวกเค้าทั้งสามคน รยออุคกำลังยกแก้วขึ้นกระดกเหมือนเป็นแค่น้ำเปล่า ใบหน้าหวานหันไปมองพี่ ๆ พลางหัวเราะคิกคักออกมา

“พักนี้ดื่มบ่อยไปแล้วนะรยออุค พรุ่งนี้นายพักผ่อนหน่อยเหอะ” อีทึกเอ่ยอย่างเป็นห่วงเป็นใย แต่ร่างเล็กกลับส่ายหน้าออกมา

“ไม่นี่ฮะ .. ดื่ม ๆ จะได้ไม่ต้องคิดเรื่องอะไร!”

“เอ๊ะ .. ไอ้คนตรงนั้นน่ะอีทึก” ฮีซอลเดินมาสะกิดไหล่เพื่อนคนสวย นิ้วชี้ไปยังกลุ่มผู้ชายอีกกลุ่มที่นั่งอยู่อีกฟาก อีทึกขมวดคิ้วมอง แล้วเบิกตากว้าง

“ผมอยากออกไปเต้น” รยออุควางแก้วลงบนโต๊ะ พยายามลุกขึ้นด้วยเรี่ยวแรงที่ไม่ค่อยจะมี หัวเราะเสียงใสกับท่าทางซุ่มซ่ามของตัวเอง อีทึกกับฮีซอลมองหน้ากันทันที

“ไม่ต้องออกไปหรอก .. อยู่นี่แหละ นายยืนไม่ได้แล้วล่ะ”

ใบหน้าหวานไม่ฟังเสียง ใช้เรี่ยวแรงทั้งหมดที่มีปัดพี่ทั้งสองออก ก่อนจะเดินตรงไปยังฟลอร์ตรงหน้า แสงไฟหลากหลายสีกำลังหมุนจนดูน่าเวียนหัว แต่รยออุคกำลังเพลิดเพลินกับดวงไฟเหล่านั้น ร่างเล็กยักย้ายส่ายสะโพกไปกับเสียงดนตรีจังหวะเร็ว ๆ

ในขณะที่กำลังเริงร่าอยู่กลางฟลอร์ รยออุคก็ต้องนิ่วหน้าด้วยความขัดอกขัดใจ เมื่ออยู่ ๆ ก็มีข้อมือของใครบางคนจับไหล่เค้าเอาไว้แน่น แล้วดึงรยออุคให้หันกลับไป ใบหน้าหวานเบิกตากว้างทันทีที่เห็นคนตรงหน้า

“พี่เยซอง!”

“กลับกันเถอะ”








.
.
.


+ Feeling+


.
.
.








อุณหภูมิในรถเย็นฉ่ำจนรยออุครู้สึกหนาวไปทั่วร่าง ใบหน้าหวานเบือนออกไปมองทิวทัศน์ด้านนอก แม้จะไม่มีอะไรน่าสนใจแต่ก็คงดีกว่าทนความอึดอัดในรถแคบ ๆ เยซองจอดรถกะทันหัน มือที่กำพวงมาลัยเกร็งแน่นเหมือนกำลังระงับสติอารมณ์ของตนเอง

“รยออุค .. เป็นอะไร?” เยซองถามเสียงแผ่วออกมา

“พี่นั่นแหละ เป็นอะไร” รยออุคถามกลับด้วยน้ำเสียงตัดพ้อ  เยซองหันมองใบหน้าคนที่ยังไม่ยอมหันกลับมาข้างในรถ

“หมายความว่าไง”

“พี่กลับดึก พี่กินเหล้า พี่เอาแต่เที่ยวกลางคืน .. พี่เคยเป็นห่วงผมบ้างไหม? กี่คืนที่ผมต้องรอพี่กลับมาเพราะเป็นห่วง พี่ออกไปตั้งแต่เช้ากลับมาก็ดึก พวกเราแทบไม่ได้เจอกัน ฮึ่ก .. พี่รักผมอยู่รึเปล่า?”

รยออุคหันมาตวาดเสียงดัง แล้วค่อย ๆ ร้องไห้ออกมา เมื่อความอดทนมันถึงขีดสุด ใบหน้าหวานเต็มไปด้วยหยาดน้ำตา เยซองเอื้อมมือหมายจะช่วยปลอบใจแต่กลับโดนร่างบางปัดออกอย่างไม่ใยดี

“อย่ามาแตะต้องตัวผมอีกเลย .. ผมไม่ดีพอหรอก” รยออุคเอ่ยด้วยน้ำเสียงน้อยใจ

“พี่ขอโทษ .. แต่ว่าพี่ไปเพราะงานจริง ๆ นะ”

“ฮะ .. พี่ไปเพราะงาน แต่ผมอยู่กับพี่ไม่ได้ต้องการเงิน .. ผมต้องการพี่! ผมแค่อยากเห็นหน้าพี่เท่านั้นเอง!” รยออุคบอกเสียงเครือ

“นี่ฟังพี่นะ ..”

“ผมไม่ฟัง!”

“แต่นายต้องฟัง!”

เยซองตะคอกใส่หน้า รยออุคสะดุ้งโหยง ฉับพลันน้ำตาหยาดใสก็ไหลร่วงลงมาอีกครั้ง มือหนารีบเอื้อมมือไปเช็ดให้ คราวนี้รยออุคไม่ได้ปัดป้องเพราะมันเหนื่อยเกินกว่าจะยกมือขึ้นมาแล้ว ใบหน้าคมจูบที่แก้มใสเบา ๆ

“ขอโทษที่ทำให้นายเป็นห่วง พอดีพี่มีเรื่องเครียดเลยต้องปรึกษาเพื่อนแล้วก็ไม่กล้าสู้หน้านายด้วย” เยซองเอ่ยขึ้น รยออุคเงยหน้าขึ้นสบตาคนตรงหน้า

“ไม่กล้าสู้หน้า?” ทวนคำออกมาเหมือนไม่แน่ใจ เยซองค่อย ๆ หยิบของบางอย่างออกมาจากกล่องเล็ก ๆ ทางด้านหลังแล้วยื่นให้

“อะไรฮะ?”

รยออุคเอ่ยถาม พลางมองสร้อยสีเงินตรงหน้าที่กำลังล้อเล่นกับแสงไฟอย่างมึนงง เยซองแกะมันออกแล้วจัดแจงใส่ให้คนตัวเล็กที่เอาแต่ร้องไห้ตรงหน้าตนเอง

“ก็ซื้อมาให้ไง .. อีกไม่กี่วันก็ครบรอบสองปีของเราแล้วนะ สามสี่วันมานี่มันตื่นเต้นเพราะกลัวจะไม่ถูกใจรยออุคน่ะ พี่เลย .. พยายามหลบหน้าตลอด” เอ่ยเสียงแผ่วแล้วก้มหน้าลง เมื่อเห็นรยออุคยิ้มสดใสออกมา

“ขะ .. ขอโทษนะครับ ผมเข้าใจผิดพี่มาตลอดเลย” รยออุคบอกเสียงอ้อมแอ้ม ใบหน้าหวานแดงเรื่อพลางมองจี้ในสร้อยคออย่างพิจารณา

“มันเขียนชื่อพี่น่ะ ส่วนที่พี่ใส่ .. เป็นชื่อของรยออุค” เยซองเอ่ยจบก็ชี้ไปที่สร้อยแบบเดียวกันในลำคอของตนให้คนรักดู

“เพราะอะไรรู้ไหม .. เวลาที่เราไกลกันจะได้คิดถึงกันไงล่ะ พอเห็นชื่อรยออุคพี่ก็จะคิดถึงรยออุค” เยซองอธิบายออกมา

“งั้นผมก็จะคิดถึงพี่นะครับ” รยออุคเอ่ยเสียงแผ่วออกมา เยซองชะโงกหน้าไปกดจูบเบา ๆ ที่หน้าปากคนตัวเล็ก ใบหน้าของทั้งคู่แย้มยิ้มออกมา

“ต่อไปนี้เราจะไม่กินเหล้านะ” เยซองยกนิ้วก้อยขึ้น รยออุคยกมือขึ้นมาเกี่ยวเอาไว้แล้วเขน่ามันไปมาเบา ๆ

“แล้วพี่จะไม่ทำให้รยออุคต้องกังวลนะ” รยออุคพยักหน้าแล้วยิ้มปลื้ม

“จะรักรยออุคคนเดียวด้วย”

เยซองเอ่ยจบก็เอาหน้าผากโขกกับคนตัวเล็กเบา ๆ รยออุคยิ้มเขิน พลางผลักร่างหนาออกห่างด้วยท่าทางเขินอาย


.
.


ก็แค่เท่านี้แหละ .. แค่พี่เยซองรักรยออุคคนเดียวตลอดไป














TALK WITH ME ..
ฟิคเมือเนิ่นนานผ่านมา ไม่ได้แต่งเพราะว่าไปเจอช็อตเย่อุคเพราะงานยามาฮ่า
55555555555555 > < เรื่องนี้ลงไม่กี่ที่เองนะ แต่ชอบเหอะ ชอบอุคฟีลนี้
อ๊อยยย ไม่ได้มาลงฟิคนาน โฮะๆๆๆๆ