[SF CinTeuk] :: Where is the happy?
posted on 23 Jun 2009 11:44 by fanfic-suju

SHORT FICTION CINTEUK – Where is the happy?
Actor : Heechul X Leeteuk
Author : Lolita
ความสุข .. มันคืออะไรกันนะ
ตั้งแต่เกิดมาผมก็ไม่เคยรู้เลยว่าความสุขมันคืออะไร
รอยยิ้ม .. ต้องทำแบบไหนถึงจะมีบนใบหน้า
ผมไม่เคยรับรู้เลยว่าการหัวเราะคืออะไร
เพราะผม .. เป็นเพียงคนไร้ความรู้สึกก็เท่านั้นเอง
“ดูดิ่ .. เจ้านั่นไม่ยิ้มอีกแล้วล่ะ”
“นั่นสิ ๆ คนอะไรไม่รู้โคตรน่ากลัวเลย ไม่เคยหัวเราะ ไม่เคยยิ้มเลย”
เสียงซุบซิบดังขึ้นรอบกาย ไม่ว่าจะจากตรงมุมนู้น ดังขึ้นจากอีกมุมตรงนี้ เสียงกระซิบกระซาบจากทางด้านหลังหรือแม้แต่คนที่เพิ่งเดินผ่านหน้าเค้าไปเมื่อสักครู่ ใบหน้าหวานราวกับเด็กผู้หญิงไม่ได้สนใจ สีหน้าเรียบเฉยเหมือนไม่ได้ยินเสียงเหล่านั้น ริมฝีปากเหยียดเป็นเส้นตรง ขณะที่ดวงตาเพ่งมองคนที่เดินเข้ามาหา
“กลับห้องทำงานเถอะครับพี่ .. อย่ามานั่งตรงนี้เลย”
“แต่ยังไม่ถึงเวลางานเลยนะ”
“แต่ .. ถ้าพี่อีทึกยังนั่งอยู่ตรงนี้ก็จะกลายเป็นขี้ปากชาวบ้านอีกนะครับ”
“ไม่เป็นไรหรอกฮยอกแจ พี่ชินแล้วล่ะ”
อีทึกบอกเสียงเรียบเฉย มองหน้าฮยอกแจที่ขมวดคิ้วด้วยความเป็นห่วง ลากเก้าอี้มานั่งตรงข้ามกับรุ่นพี่หน้าหวาน ก่อนจะเอ่ยถามเสียงแผ่วเบาออกมา
“พี่อีทึก .. ไม่คิดจะหัวเราะ ยิ้มหรือทำให้ตัวเองมีความสุขบ้างเหรอ?”
“ความสุขงั้นเหรอ?”
อีทึกทวนคำราวกับว่าในพจนานุกรมศัพท์ของเค้าจะไม่เคยได้ยินหรือพานพบกับคำ ๆ นั้นมาก่อนบนโลกนี้จนได้ยินมันมาจากฮยอกแจ คิ้วเรียวขมวดเข้าหากัน ใบหน้าหวานเอียงคอด้วยท่าทางครุ่นคิด ก่อนจะส่ายหน้าออกมาเบา ๆ
“ฉันไม่เคยรู้สึกมีความสุขเลยฮยอกแจ .. เพราะงั้นมันเลยไม่จำเป็นที่จะต้องหัวเราะหรือแม้แต่ยิ้ม”
“พี่ครับ .. แค่เห็นคนอื่นยิ้มให้ เรายิ้มตอบกลับไปก็ได้นี่นา”
ฮยอกแจเถียงกลับเสียงอ่อน อีทึกจ้องหน้าฮยอกแจนิ่ง นึกแอบสงสารเหมือนกันที่ฮยอกแจมาชวนเค้าคุยและพยายามช่วยเค้า แต่สำหรับอีทึก .. สำหรับคนที่ไม่เคยยิ้มหรือหัวเราะอย่างเค้า มันออกจะยากสำหรับการเริ่มต้นส่งยิ้มหรือส่งเสียงหัวเราะร่วมกับผู้อื่น คำตอบสำหรับประโยคของฮยอกแจก็คือการส่ายหน้า
“ฉันไม่เคยมีความรู้สึกแบบนั้นหรอกฮยอกแจ .. ขอโทษนะทั้ง ๆ ที่พยายามจะช่วยฉันแท้ ๆ”
ถอนหายใจพลางทำใบหน้าเศร้าผุดออกมาอีกครั้งจนบรรยากาศที่เย็นเยียบอึมครึมขึ้นมาอีกครั้ง ฮยอกแจมองหน้าอีทึกแล้วรีบเอ่ยรัวออกมาทันที
“เอ่อ .. อย่าทำหน้าเศร้าแบบนั้นสิ เอางี้ดีกว่า .. เย็นนี้พวกเราไปเที่ยวกันนะครับพี่อีทึก”
“หือ”
“เที่ยวไงครับ ไปเที่ยวกลางคืนกัน เอาให้สนุกสุดเหวี่ยงกันไปเลย พี่อีทึกไปด้วยกันนะคืนนี้”
รุ่นน้องตรงหน้าผุดลุกขึ้นพลางทำหน้าดีอกดีใจ มองหน้าอีทึกอย่างรอคำตอบ คนถูกคาดคั้นเลยจำต้องพยักหน้าเหมือนกับว่าเลี่ยงไม่ได้ ก่อนจะผุดลุกขึ้นแล้วชวนฮยอกแจเดินกลับไปยังห้องทำงาน ทั้ง ๆ ที่สมองยังเอาแต่ครุ่นคิดเรื่องที่จะต้องออกไปเที่ยวในคืนนี้ แผ่นหลังของฮยอกแจที่เคลื่อนไหวอยู่ตรงหน้าทำให้อีทึกได้แต่ถอนหายใจออกมา
ไม่มีทางหรอก .. พยายามแค่ไหนอีทึกก็จะไม่มีทางมีความสุขได้ตลอดไป
.
.
+ ...... CinTeuk ........ +
.
.
อีทึกอยากจะอ้วกออกมาซะตรงนั้น ..
ไม่ใช่เพราะฤทธิ์ของแอลกอฮอล์ที่เข้าปากไปตั้งแต่มาถึงสถานที่แห่งนี้ แต่กำลังอยากจะขย้อนเอาของเก่าออกมาเมื่อมองเห็นรอยยิ้มเสแสร้งและเสียงหัวเราะแบบเฝื่อน ๆ ในสถานที่ที่มีแต่ผู้คนมากหน้าหลายตาและแทบจะหาคนจริงใจไม่ได้
อีทึกเริ่มถอนหายใจเป็นรอบที่ล้าน มองเห็นฮยอกแจเดินออกไปเต้นตรงฟลอร์กับเพื่อนร่วมงานที่มาด้วยกัน อีทึกส่ายหน้าเมื่อพวกเค้าหันมามองราวกับจะชวนอีทึกออกไปด้วย เค้ายกแก้วขึ้นกระดกอีกครั้ง น้ำขม ๆ ไหลผ่านลำคอลงไป ก่อนจะรู้สึกเหมือนมีสายตาจากทางด้านหลังจนเค้าต้องหันกลับไปมอง
ใครบางคนจากอีกโต๊ะกำลังนั่งจ้องมองเค้าอยู่ ..
ใบหน้านั่นขาวผ่อง ดวงตากลมโตเพ่งมองเค้าไม่วางตาและไม่มีหลบสายตาเมื่ออีทึกจ้องมองกลับ สีหน้าดูเรียบเฉยจนอีทึกต้องขมวดคิ้ว ไม่มีรอยยิ้มบนใบหน้าสวยนั่น มีแค่เพียงดวงตาที่จ้องตรงมาราวกับกำลังอ่านสีหน้าของอีทึกอยู่ อีทึกยกแก้วขึ้นกระดก สายตาหันกลับไปมองคนที่จ้องเค้าอยู่อีกครั้ง คนตากลมยกแก้วขึ้นบ้างคล้ายจะเลียนแบบอีทึก
หากแต่ใบหน้า .. ก็ยังคงเรียบเฉย
ไม่รู้ว่าผ่านไปเนิ่นนานแค่ไหน อีทึกกับคนที่นั่งอยู่ตรงนั้นยังเอาแต่สบตากับและกันนิ่ง ปราศจากรอยยิ้ม ปราศจากแววตาหวานเชื่อ ไร้ซึ่งคำพูด มีเพียงสองตาที่ประสานกันราวกับจะอ่านใจของอีกฝ่ายให้ลึกลงไป
แต่ดูเหมือนอีทึกและคน ๆ นั้นเองก็พอใจจะทำแบบนั้น ..
“กลับกันเถอะพี่ .. เดี๋ยวพรุ่งนี้ไปทำงานไม่ไหว”
ใบหน้าของอีทึกหันไปสบตากับคนที่อยู่ตรงนั้น เค้าพยักหน้าให้ฮยอกแจด้วยสีหน้าเรียบเฉย ก่อนจะลุกขึ้นประคองรุ่นน้องที่เดินซวนเซเพราะแอลกอฮอล์ที่ดื่มไปไม่ยั้ง ในขณะที่ฮยอกแจเอนลงมาซบอีทึกเพราะความมึนเมา มือของใครบางคนก็สะกิดที่ไหล่ของเค้าเบา ๆ อีทึกหันกลับไปมองก่อนจะขมวดคิ้วมอง เมื่อเห็นว่าคนที่นั่งสบตากับเค้ามาหลายชั่วโมงย้ายมายืนอยู่ด้านหลังเค้าแล้ว
“ฉันชื่อคิม ฮีชอล .. ยินดีที่ได้รู้จักนะ”
“ฉันชื่ออีทึก”
ทั้งคู่แนะนำตัวกันอย่างสั้น ๆ ดวงตากลมโตดูลึกลับนั่นจ้องมองอีทึกอีกครั้ง ใบหน้าของทั้งคู่เรียบเฉย ทั้งที่ดวงตาประสานกันนิ่ง ก่อนที่ต่างฝ่ายจะต่างหลบสายตาออกไป ฮีชอลจึงเอ่ยปากถามอีทึกเสียงดังพอได้ยินกันแค่สองคนออกมาว่า
“ทำไมไม่ยิ้มล่ะ?”
อีทึกเอ่ยถามคนตรงหน้าที่ทำท่าราวกับกำลังสนใจเค้า คนตากลมโตมองหน้าอีทึกนิ่ง เอื้อมมือวางแหมะลงบนไหล่ของอีทึก เลื่อนใบหน้าเข้าไปใกล้แล้วกระซิบข้างหูอีทึกแผ่วเบา
“เพราะเราเป็นคนประเภทเดียวกันไง ..”
ฮีชอลเอ่ยทิ้งท้าย ก่อนจะเดินผละออกมา อีทึกมองตามร่างนั้นที่กำลังเดินห่างออกไปไกล มือของฮีชอลโบกให้แม้จะไม่ได้กันหน้ากลับมา อีทึกจ้องมองแผ่นหลังนั่นด้วยดวงตาสั่นระริก
หรือว่านั่น .. คือคนที่เค้ากำลังตามหา?
.
.
+ ...... CinTeuk ........ +
.
.
บางที .. คนเราก็ไม่จำเป็นจำต้องพูดจากัน
บางที .. แค่ได้มองตากันและกันก็สื่อความหมายมากมาย
บางที .. รอยยิ้มก็ไม่จำเป็นต้องมอบให้กันและกัน
เพราะบางที .. รอยยิ้มนั่นอาจจะแสดงถึงการเสแสร้งก็เพียงเท่านั้นเอง
อีทึกกับฮีชอลนั่งจ้องหน้า ตาประสานตากันอยู่ในห้องสี่เหลี่ยมที่มีแต่ความเงียบ และมีเพียงแสงสว่างรำไรจากเทียนไขที่ถูกจุดไปทั่วห้อง มือของพวกเค้าจับกันหลวม ๆ ราวกับจะถ่ายทอดความรู้สึกให้อีกฝ่าย โดยไม่ต้องมีรอยยิ้มและเสียงหัวเราะ อีทึกกลับรู้สึกเหมือนกับว่า .. เค้าอยากจะหยุดเวลาไว้แค่ตรงนี้
“นายเป็นแบบนี้มานานแล้วเหรอ?” อีทึกเอ่ยถามอาการอีกฝ่าย ฮีชอลไม่ได้ยิ้ม แต่กลับยกมือขึ้นแตะพวงแก้มใส่ ลากมือเบา ๆ แล้วค่อยตอบคำถาม
“คง .. ตั้งแต่จำความได้”
“นายไม่เคยยิ้ม ไม่เคยหัวเราะ ไม่เคยมีความสุขแบบฉันจริง ๆ น่ะเหรอ?”
“ถ้าจะบอกว่าไม่เคยมีความสุขก็คงตอบได้ไม่เต็มปากเต็มคำนัก”
ฮีชอลขยับกายเข้าไปใกล้อีทึก เค้าพาอีทึกเดินไปนั่งยังโซฟาสีเลือดที่วางอยู่ตรงกลางห้องของเค้า อีทึกหย่อนกายลงช้า ๆ เอนหัวไปซบไหล่เจ้าของห้อง มือของฮีชอลโอบรอบไหล่บางเอาไว้ ปล่อยให้ความอบอุ่นแผ่ซ่านไปแทนการใช้คำพูดบอกรัก
เนิ่นนาน .. จนฮีชอลกระชับอ้อมกอดให้แน่นขึ้นอีก
“มีอย่างหนึ่งที่ทำให้ฉันมีความสุข อีทึกรู้ใช่ไหมว่าฉันชอบสีแดง” อีทึกพยักหน้า กวาดตามองไปรอบ ๆ ห้องที่ประดับไปด้วยเฟอร์นิเจอร์สีแดงสดราวกับสีเลือด
“ฉันชอบสีขาว” อีทึกบอกเสียงเบา
“เข้ากันจัง .. สีแดงกับสีขาว”
ฮีชอลเอ่ยพึมพำออกมาเบา ๆ ขยับกายจนอีทึกต้องผละออกจากอ้อมกอดด้วยท่าทางอ้อยอิ่ง อีทึกมองหน้าฮีชอลนิ่ง ดวงตาประสานกันก่อนจะพยักหน้าให้กันราวกับใช้ดวงตาแทนการพูดสื่อสาร
อีทึกค่อย ๆ ปลดกระดุมออกอย่างเชื่องช้า เสื้อเชิ้ตสีขาวถูกเปลื้องไปไว้ด้านหลัง ฮีชอลเอื้อมมือไปลูบไล้แผ่นอกที่ปรากฏอยู่ตรงหน้า ผลักให้อีทึกนอนลงบนโซฟาสีแดงสด ผิวขาวเนียนตัดกับสีแดง จนทำให้อีทึกดูโดดเด่นมากขึ้น ฮีชอลใช้ปลายนิ้วซุกซนไต่ไปบนแผ่นอกเนียน ก่อนจะหยิบโลหะสีเงินมันวาวขึ้นมา
“สีแดงของฉันกับสีขาวของอีทึก”
มีดคมกริบถูกปาดลงบนข้อมือของฮีชอลอย่างเชื่องช้า ของเหลวสีแดงค่อย ๆ รินไหลออกมา จากหยดสองหยดเริ่มกลายเป็นหลายหยด หยดแหมะลงบนแผ่นอกของอีทึก ก่อนจะลากปลายนิ้วเขียนเป็นตัวอักษรภาษาอังกฤษสี่ตัว
LOVE
อีทึกเอื้อมมือออกไปถือโลหะสีเงินนั่นกลับคืนมา ค่อย ๆ กรีดข้อมือของตัวเองเช่นเดียวกับฮีชอล เพียงแต่ของเหลวสีแดงที่ไหลออกมา อีทึกไม่ได้วาดมันลงบนแผ่นอกของตัวเองแต่กลับผุดลุกขึ้นแล้วยื่นข้อมือไปตรงหน้าของฮีชอล
“ทำความสะอาดฉันที”
ฮีชอลดึงข้อมือเรียวมาตรงหน้า ลิ้นร้อนเลียตวัดลงบนแผลที่มีเลือดไหลออกมาไม่หยุด จากเรียวลิ้นอ้อยอิ่งก็เริ่มดูดแผลนั่น แล้วผละริมฝีปากออกมา ทั้ง ๆ ที่ยังมีคราบเลือดติดอยู่ อีทึกเอนตัวซบลงตรงไหล่ของฮีชอล
“บางที .. ความสุขของพวกเราก็แค่สิ่งนี้แหละฮีชอล”
.
.
ไม่มีรอยยิ้ม .. ไม่มีเสียงหัวเราะ ..
มีเพียงดวงตาที่จ้องมองตา ..
มีเพียงสีแดงของเลือดและสีขาวของแผ่นอก ..
มีเพียงลมหายใจของกันและกัน ..
เท่านั้นก็เพียงพอ ..
TALK WITH ME ..
แปะป้าป!!! .. >O<
ยิ่งชอบแต่งฟิคโรคจิตอยู่ด้วยยยยย ใครชอบเรื่องแนวนี้อ่านแล้วเม้นต์กันหน่อย
ยกมือขึ้นเร๊ววววว!

อึ้ง
และ
อึ้ง
"...."
...
คือ ตอนแรกที่แวบเข้ามาเพราะ ซินทึก
ปกติจะเป็นทึกซินใช่มั้ยล่ะ
ก็อยากลองอ่านที่ฮีเมะบ้าง
คิดแค่ว่า...แปลกๆ ดี
แต่พออ่านจบ...
ไอ้ที่อึ้งไม่ใช่ซินทึกซะแล้ววววววว
ไม่อยากยกมือหรอกนะ
แต่ว่า...
ชอบเรื่องนี้จัง ^^
#1 By εїз P - arieZ εїз on 2009-06-23 13:13